ยินดีต้อนรับสู่ The PÍTI Apothecary

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SINGLE ORIGIN แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ SINGLE ORIGIN แสดงบทความทั้งหมด

ประวัติศาสตร์ของกำยาน (Frankincense) และต้นไม้ในสกุล Boswellia มีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับอารยธรรมมนุษย์มาอย่างยาวนานกว่า 5,000 ปี

มาสรุปเรื่องย่อๆของกำยานกัน วันนี้่ลุงปีติ เดินเครื่อง อัลตร้าโซนิค เพื่อสกัดน้ำมันกำยาน เเหล่งกำเหนิดเดียว เเห่งเเรกในประเทศไทย Single Origin Frankincense Oil หลังจากเดินเครื่องคือ ไปใหนไกลไม่ได้ ต้องอยู่เเถวๆนี้ วนไปมา เลยหยิบตำรามาอ่าน คุ่ไปกับการอ เครื่องสกัดกว่าจะเสร็จคือ ใช้เวลา 6 ต่อรอบ ใช้วิธีการเดินเครื่อง 4 รอบต่อล๊อต ดังนั้นเวลามีเยอะ เเต่ไปใหนไกลไม่ได้ ต้องคอยดู คือที่มาของบทสรุป ประวัติศาสตร์ของกำยาน (Frankincense) และต้นไม้ในสกุล Boswellia มีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับอารยธรรมมนุษย์มาอย่างยาวนานกว่า 5,000 ปี โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:
ที่มาของชื่อและรากศัพท์ (Etymology)




• คำว่า "Frankincense" มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศสโบราณว่า "franc encense" ซึ่งหมายถึง "ยางหอมอันบริสุทธิ์" (pure incense) หรือ "ยางหอมชั้นสูง" (noble incense)
• ในภาษาอาหรับเรียกกำยานว่า "Luban" (ลูบัน) ซึ่งมาจากรากศัพท์ที่สื่อถึง "ความขาว" (whiteness) และความบริสุทธิ์
• ในอารยธรรมอื่น ๆ กำยานมีชื่อเรียกที่ต่างกันไป เช่น "neter-sent" ในอียิปต์โบราณ, "Lebona" ในภาษาฮีบรู และ "Libanos" ในภาษากรีซ
ประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณและดินแดนแห่งพุนต์ (The Land of Punt)
• อียิปต์โบราณเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่บันทึกเรื่องการใช้และการค้ากำยาน โดยใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อเชื่อมต่อกับเทพเจ้าและขับไล่ปีศาจ
• บันทึกที่มีชื่อเสียงที่สุดคือภาพสลักที่วิหาร Deir al-Bahari ซึ่งเล่าเรื่องกองเรือของพระนางฮัตเชปซุต (Queen Hatshepsut) ที่ถูกส่งไปยัง "ดินแดนแห่งพุนต์" (Land of Punt) เมื่อประมาณ 1,495 ปีก่อนคริสตกาล เพื่อนำต้นกำยานที่มีชีวิตและยางหอมกลับมาปลูกในอียิปต์
• นักวิชาการเชื่อว่าดินแดนแห่งพุนต์ตั้งอยู่ในบริเวณตอนเหนือของโซมาเลียหรือเอริเทรียในปัจจุบัน ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของต้นกำยานหลายชนิด
เส้นทางสายยางหอม (The Incense Trade Route)
• การค้ากำยานถือเป็นหนึ่งในโซ่อุปทานระดับโลกยุคแรกสุด
• เส้นทางสายยางหอม (Incense Road) มีทั้งเส้นทางบกที่ใช้ฝูงอูฐและลาขนส่งยางหอมจากอาระเบียตอนใต้ (โอมานและเยเยน) ผ่านทะเลทรายไปยังเมืองท่ากาซาในเมดิเตอร์เรเนียน และเส้นทางเรือที่เชื่อมต่อกับอินเดียและจีน
• ยุคทองของการค้ากำยานอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาลจนถึงศตวรรษที่ 2 โดยอาณาจักรโรมันนำเข้ากำยานจากอาระเบียมากกว่า 3,000 ตันต่อปี
ความสำคัญทางศาสนา
• กำยานเป็นหนึ่งในของขวัญล้ำค่าสามประการ (ทองคำ, กำยาน, มดยอบ) ที่สามกษัตริย์ (The Magi) นำไปถวายแก่พระกุมารเยซู
• ในคัมภีร์ไบเบิลมีการกล่าวถึงกำยานถึง 22 ครั้ง และมีการใช้ในการรมควันเพื่อยับยั้งการระบาดของโรคในสมัยโมเสส
• ศาสนาอิสลาม แม้จะไม่มีข้อบังคับให้ใช้ในพิธีกรรม แต่กำยานก็ถูกใช้เพื่อสร้างความหอมและบรรยากาศที่สงบในมัสยิดและที่พักอาศัยมาหลายศตวรรษ
พฤกษศาสตร์และการจำแนกประเภท (The Frankincense Trees)
• ต้นกำยานจัดอยู่ในสกุล Boswellia วงศ์ Burseraceae ซึ่งชื่อสกุลนี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr. John Boswell แพทย์ชาวสก็อตในศตวรรษที่ 19
• จำนวนชนิดของต้นกำยานยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงทางพฤกษศาสตร์ โดยแหล่งข้อมูลระบุตั้งแต่ 19 ถึง 24 ชนิด
• ชนิดพันธุ์ที่มีความสำคัญทางการค้าและประวัติศาสตร์มากที่สุดคือ:
1. B. sacra: พบในโอมาน เยเมน และตอนเหนือของโซมาเลีย ให้ยางหอมคุณภาพสูงสุดที่เรียกว่า "Hojari"
2. B. papyrifera: พบในเอธิโอเปียและซูดาน เป็นแหล่งผลิตกำยานรายใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน
3. B. serrata: พบในอินเดีย ใช้ในทางการแพทย์อายุรเวทมานานหลายพันปี
4. B. frereana: พบเฉพาะในโซมาเลีย ยางหอมนิยมนำมาใช้เป็นหมากฝรั่งเพื่อทำความสะอาดปาก
ประวัติการใช้ทางการแพทย์
• อียิปต์โบราณ: ระบุในบันทึกปาปิรัสเอเบอร์ส (Ebers Papyrus) ว่าใช้รักษาระบบทางเดินหายใจและห้ามเลือด
• อินเดีย: ระบบอายุรเวทใช้กำยานจากชนิด B. serrata เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบและโรคปอด
• จีน: มีบันทึกการใช้มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 เพื่อช่วยระบบไหลเวียนโลหิตและแก้ปวดท้อง
• สมัยกลาง: แพทย์ผู้มีอิทธิพลอย่าง Ibn Sina (Avicenna) ระบุให้ใช้กำยานรักษาโรคบิด แผลในกระเพาะอาหาร และลดไข้
ในปัจจุบัน สารสกัดจากต้นกำยาน โดยเฉพาะกรดบอสเวลลิก (Boswellic acids) กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในการวิจัยสมัยใหม่เพื่อใช้เป็นยาต้านการอักเสบเรื้อรังและต้านมะเร็งด้วยนะครับ