ยินดีต้อนรับสู่ The PÍTI Apothecary

วิธีการให้ต้นไม้ยางหอมออกรากใวเเข็งเเรงหลังตัดกิ่งตอนมาชำ

อย่าอยุดนิ่ง เพราะคนที่อยุดนิ่งคือคนที่อยุดหายใจเเล้ว......
การเดินทางของลุงปีติไม่ได้เริ่มจาก 0 เมื่อตัดสินใจไปอยู่สวน  เกษียณปลูกต้นไม้ มีต้นไม้ มีพืช ติดมือมาด้วย เป็นเหมือนภาระผูกพันอะไรเเบบนั้น หลังจากที่ขนมาถึงสวน มันก็กระจัดกระจาย เเยกย้ายกันอยู่ คนละมุม คนละกลุ่ม ลุงใช้เวลาตั้งเเต่ปีใหมจนวันนี้ยังจัดต้นไม้ไม่เสร็จ ยังสลับสับไปมา บางต้นก็หาย หาไม่เจอ หรือไปเฝ้าเง๊กเซียนก็ไม่ทราบได้ บางส่วนที่ปลูกลงไป ก็เติบโตกันไป ส่วนในกระถางก็รอเวลา ยังๆไม่พอ ส่วนที่หางานให้ตัวเองคือส่วนที่ตอนมาใหม่ ที่ใส่กระถางเรียกรากนี่หละ ที่ต้องดูเเลเอาใจใส่มาก....
วันนี้ลุงเลยจัดการซะเลย เพราะต้องเครียร์พื้นที่ เพื่อจะได้ทำเเปลงผักสวนครัว โยกไปย้ายมา ทำเอาเหนื่อยหอบกันเลย เเต่ก็ดี เสร็จเป็นระเบียบเเล้วครึ่งนึง รอวันว่ามาลุยกันอีก วันนี้เเดดไม่มี อากาศอบๆ เเต่ดูข่าวหลายพื้นที่ ฝนตก เเม่น้ำโขง คนริมโขง น้ำเริ่มหลาก เป็นห่วงทุกคนนะครับ
 จัดใว้เเบบนี้นิ่งๆอีกเดือนเเล้วค่อยขยับไปลงดินกันต่อ 
ปลูกพืชใว้เป็นวัถุดิบ ให้เกิดความมั่นคงเเละมั่นใจว่าเเชร์เรื่องราวให้เพื่อนๆได้ทราบว่าลุงเกษียณเเบบใด อยู่อย่างใร ให้ชีวิตปล่อยวาง 
#ที่นี่สวนลุงปีติ #WellnessDestination #PitiHerb  #PITIHerbarium

วัชพืชที่เราไม่สามารถอยุดได้ในสวนไม้ยางหอมของลุงปีติ..

ความจริงไม่ได้งดงามอย่างที่จินตนาการเลย....
เช้านี้เดินไปในเเปลงสมุนไพรของลุงปีติเองเจอปัญหามากมายจากการทดลองต่างๆของลุง...
กระถางต้นไม้วางได้ไม่ถึงเดือน วัชพืชเข้ายึดครองเรียบร้อย....
หญ้าเเห้วหมู มุดจากดินขึ้นมาจากตูดกระถางสร้างรากเเละหัวใหม่ในกระถางของต้นไม้ที่เราปลูกใช้เวลาไม่นานเลย..
ต้นไม้ของเรา Commiphora kua เป็นต้นไม้ยางหอม ต้น เมอร์ เจอเเบบนี้นิ่งเลยครับ...
วิธีกาเเก้คือรื้อกระถางเเล้วเครียร์ดินใหม่เลย....
#PitiHerb #PitiHerbalium #สวนสมุนไพรลุงปีติ #Apothecary  # #RegenerativeHerbal

สมุนไพรอบเเห้ง ใบเยรูซาเลมเมอร์ Jerusalem myrrh, Commiphora gileadensis.

Commiphora gileadensis หรือที่รู้จักในชื่อ Balm of Gilead เป็นพืชในสกุล Commiphora ซึ่งมีความใกล้เคียงกับพืชในสกุล Boswellia (พืชที่ใช้ผลิตกำยาน) พืชชนิดนี้มีประวัติการใช้งานที่ยาวนานในด้านสมุนไพรและทางศาสนา มักถูกใช้ในการทำยาหม่องและน้ำมันหอมที่มีชื่อเสียงในพระคัมภีร์ไบเบิล เนื่องจากสรรพคุณในการบรรเทาอาการอักเสบและรักษาบาดแผล



สรรพคุณของ Commiphora gileadensis:

  1. บรรเทาการอักเสบ: ยางและน้ำมันจากต้น Commiphora gileadensis มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ซึ่งสามารถใช้ในการรักษาอาการบวม แผล และการอักเสบของผิวหนัง
  2. บำรุงผิวพรรณและรักษาบาดแผล: ยางไม้ของต้นนี้มักถูกใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ เนื่องจากมีฤทธิ์ช่วยสมานแผลและรักษาผิวที่แห้งหรือแตก
  3. บรรเทาอาการทางเดินหายใจ: เช่นเดียวกับกำยาน ต้น Commiphora gileadensis อาจมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการไอและช่วยให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้ดีขึ้น
  4. ลดความเจ็บปวด: สารสกัดจากต้นนี้ถูกใช้เป็นยาเพื่อบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อ

การใช้งานทางสมุนไพร:

  • ยางไม้: ยางไม้ของ Commiphora gileadensis มักถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์และเครื่องสำอาง เช่น ทำเป็นยาหม่องหรือน้ำมันนวด
  • น้ำมันหอมระเหย: น้ำมันจากต้นนี้ถูกใช้ในการทำยาหม่องหอมสำหรับการรักษาอาการปวดหัวและอาการทางเดินหายใจ
  • ชาและการดื่มสมุนไพร: แม้ว่าไม่ใช่การใช้งานที่แพร่หลายเหมือนกับยางหรือน้ำมัน การดื่มชาใบหรือส่วนต่างๆ ของ Commiphora gileadensis อาจมีสรรพคุณต้านการอักเสบและบรรเทาปัญหาทางเดินหายใจ

ข้อควรระวัง:

  • การใช้ Commiphora gileadensis ในปริมาณมากหรือใช้ในระยะเวลานาน ควรทำภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร เนื่องจากยังมีการศึกษาด้านผลข้างเคียงน้อย

การใช้ใบของ Commiphora gileadensis (ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ผลิตกำยานหรือ Frankincense) แบบอบแห้งสำหรับทำยาหม่องและเครื่องสำอางเป็นความคิดที่ดี เพราะใบของต้นนี้มีคุณสมบัติที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในด้านการดูแลสุขภาพและความงามได้

คุณสมบัติที่เป็นไปได้ของใบ Commiphora gileadensis:

  1. ต้านการอักเสบ: ใบของ Commiphora gileadensis อาจมีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่ช่วยลดอาการบวมและการอักเสบในผิวหนัง
  2. บำรุงผิว: สารประกอบที่อยู่ในใบของ Commiphora gileadensis อาจช่วยในการบำรุงผิวและลดอาการแพ้หรือระคายเคือง
  3. รักษาบาดแผล: มีคุณสมบัติช่วยเร่งการสมานแผล ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการทำยาหม่อง

การเตรียมใบ Commiphora gileadensis สำหรับใช้ในยาหม่องและเครื่องสำอาง:

  1. การอบแห้ง:

    • นำใบของ Commiphora gileadensis มาล้างให้สะอาดและตากให้แห้งในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทดี
    • หรือใช้เครื่องอบแห้งเพื่อให้ง่ายและรวดเร็ว
  2. การทำยาหม่อง:

    • ส่วนผสม: ใบอบแห้งของ Commiphora gileadensis, ขี้ผึ้ง (Beeswax), น้ำมันพืช (เช่น น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันอัลมอนด์)
    • วิธีทำ:
      1. บดใบแห้งให้ละเอียด
      2. ละลายขี้ผึ้งและน้ำมันพืชในหม้อแบบสองชั้น (Double boiler)
      3. ใส่ผงใบ Commiphora gileadensis ลงไปในส่วนผสมและคนให้เข้ากัน
      4. เทส่วนผสมลงในภาชนะที่เตรียมไว้และปล่อยให้เย็นและเซตตัว
  3. การทำเครื่องสำอาง:

    • ส่วนผสม: ใบอบแห้งบดละเอียด, น้ำมันสกัดเย็น (เช่น น้ำมันมะกอก, น้ำมันโทนเจอ)
    • วิธีทำ:
      1. ใช้ใบบดละเอียดผสมกับน้ำมันสกัดเย็นตามอัตราส่วนที่ต้องการ
      2. สามารถใช้เป็นส่วนผสมในครีมหรือโลชั่นตามสูตรที่ต้องการ
      3. ทดสอบบนผิวหนังเพื่อแน่ใจว่าไม่มีปฏิกิริยาผิวหนังก่อนการใช้งานทั่วไป

ข้อควรระวัง:

  • ควรทดสอบความปลอดภัยก่อนการใช้งานบนผิวหนัง
  • ตรวจสอบว่าคุณมีอาการแพ้หรือไม่โดยการทดสอบในพื้นที่เล็กๆ ก่อนการใช้งานทั่วไป
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรในผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยสูงสุงาท

ชากำยาน บอสวาเลีย Boswellia sacra x Dioscoridis aromatherapy Tea.

Boswellia sacra x Dioscoridis เป็นลูกผสมระหว่างสองสายพันธุ์ของ Boswellia sacra และ Boswellia dioscoridis ซึ่งแต่ละสายพันธุ์เป็นที่รู้จักในด้านการผลิตยางไม้หรือกำยานที่มีคุณสมบัติทางยา การนำใบของพันธุ์มนี้มาทำชาอาจมีประโยชน์ที่ผสมผสานคุณสมบัติทางยาของทั้งสองสายพันธุ์



สรรพคุณที่เป็นไปได้ของชาใบ Boswellia sacra x Dioscoridis:

  1. ต้านการอักเสบ: เช่นเดียวกับสายพันธุ์ Boswellia อื่นๆ ใบของ Boswellia sacra x Dioscoridis อาจมีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อและปวดกล้ามเนื้อ
  2. ส่งเสริมสุขภาพทางเดินหายใจ: พันธุ์ Boswellia เป็นที่รู้จักในด้านการช่วยบรรเทาอาการหอบหืดและปัญหาทางเดินหายใจ ใบของลูกผสมนี้อาจช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจให้แข็งแรงขึ้น
  3. ช่วยย่อยอาหาร: การดื่มชาจากใบอาจช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อและส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร
  4. ลดความเครียดและความวิตกกังวล: เช่นเดียวกับกำยานที่มีผลในการทำให้จิตใจสงบ ใบของลูกผสมนี้อาจช่วยในด้านการผ่อนคลายและลดความเครียด

การเตรียมชาใบ Boswellia sacra x Dioscoridis:

  1. ล้างใบ Boswellia sacra x Dioscoridis ให้สะอาดและนำไปตากแห้ง (หากเป็นใบสด)
  2. ใช้ใบแห้งประมาณ 1-2 ช้อนชา ชงในน้ำร้อน 1 แก้ว
  3. แช่ใบในน้ำร้อนประมาณ 5-10 นาที
  4. กรองใบออกและดื่ม

ข้อควรระวัง:

  • เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ใบจากพันธุ์ผสมนี้ยังมีจำกัด ควรเริ่มดื่มในปริมาณน้อยก่อน เพื่อดูผลกระทบต่อร่างกาย
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือใช้ยาประจำควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มชาเพื่อความปลอดภัย

ชากำยาน ชาบอสวาเลีย .Boswallia Sacra aromatherapy Tea.

Boswellia sacra เป็นต้นไม้ที่รู้จักกันดีในการผลิตยางไม้ที่เรียกว่า กำยาน (Frankincense) ซึ่งมีประวัติการใช้มาอย่างยาวนานในด้านสมุนไพร, พิธีกรรมทางศาสนา, และการบำบัดทางธรรมชาติ ต้น Boswellia sacra พบมากในภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น โอมาน เยเมน และโซมาเลีย



สรรพคุณและประโยชน์ของ Boswellia sacra:

  1. ต้านการอักเสบ: สารที่พบในยางไม้ Boswellia (โดยเฉพาะกรดบอสเวลลิก) มีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่ช่วยบรรเทาอาการของโรคข้ออักเสบและอาการอักเสบต่างๆ ในร่างกาย
  2. ส่งเสริมสุขภาพทางเดินหายใจ: กำยานมักถูกใช้ในการบรรเทาอาการหอบหืด, หลอดลมอักเสบ, และปัญหาอื่นๆ ของทางเดินหายใจ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับปอดและขับเสมหะ
  3. ต้านมะเร็ง: งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าสารสกัดจาก Boswellia sacra อาจช่วยชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะในมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้
  4. ช่วยบำรุงผิวพรรณ: น้ำมันจากกำยานถูกใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยมีคุณสมบัติช่วยรักษารอยแผลเป็น, ลดการเกิดสิว, และช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิว
  5. บำรุงสมองและระบบประสาท: การสูดดมน้ำมันหอมระเหยจากกำยานสามารถช่วยลดความเครียด, ส่งเสริมการทำงานของสมอง, และช่วยในเรื่องความจำ
  6. ส่งเสริมการนอนหลับ: น้ำมันกำยานสามารถช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ
  7. การบำบัดทางอโรมาเธอราปี: กำยานมักถูกใช้ในอโรมาเธอราปีเพื่อผ่อนคลายจิตใจและลดความตึงเครียด

การใช้ Boswellia sacra:

  1. ยางไม้กำยาน: ใช้ในรูปแบบยางไม้หรือเผาเพื่อทำกำยานสำหรับใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและการบำบัด
  2. น้ำมันหอมระเหย: สกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยสำหรับการสูดดมหรือใช้กับผิวหนัง
  3. อาหารเสริม: Boswellia ถูกสกัดในรูปแบบอาหารเสริมเพื่อใช้ในการรักษาอาการอักเสบและโรคข้ออักเสบ

ข้อควรระวัง:

  • การใช้ Boswellia sacra ในรูปแบบอาหารเสริมหรือสารสกัดควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเฉพาะทางหรือรับประทานยารักษาโร

ชาใบ Boswellia sacra เป็นชาอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจจากต้นไม้ที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตยางไม้ที่รู้จักกันในชื่อ กำยาน (Frankincense) ซึ่งมีสรรพคุณทางยาและถูกใช้ในด้านสมุนไพรมานานหลายพันปี แม้ว่าส่วนที่ถูกใช้งานมากที่สุดของ Boswellia sacra คือยางไม้ แต่ใบของต้นนี้ก็อาจมีประโยชน์ทางยาเช่นเดียวกัน

สรรพคุณที่เป็นไปได้ของชาใบ Boswellia sacra:

  1. ต้านการอักเสบ: เช่นเดียวกับยางไม้กำยาน ใบของ Boswellia sacra อาจมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ซึ่งช่วยบรรเทาอาการอักเสบของข้อและกล้ามเนื้อ
  2. ส่งเสริมสุขภาพทางเดินหายใจ: ต้น Boswellia sacra มีประวัติการใช้เพื่อบรรเทาอาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบและโรคหอบหืด ใบของมันอาจมีสารประกอบที่ช่วยในด้านนี้
  3. ส่งเสริมการย่อยอาหาร: ใบ Boswellia sacra อาจช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อยหรือปัญหาเกี่ยวกับลำไส้
  4. ลดความเครียด: เนื่องจากกลิ่นหอมที่สงบและผ่อนคลายของกำยาน ใบของ Boswellia sacra อาจมีผลคล้ายคลึงในการลดความเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

การเตรียมชาใบ Boswellia sacra:

  1. นำใบของ Boswellia sacra มาล้างให้สะอาดและตากแห้ง (หากเป็นใบสด)
  2. ใช้ใบแห้งประมาณ 1-2 ช้อนชาต่อน้ำร้อน 1 แก้ว
  3. เทน้ำร้อนลงในใบชา แล้วแช่ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที
  4. กรองใบออกและดื่ม

ข้อควรระวัง:

  • เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาหรือข้อมูลที่ยืนยันแน่ชัดเกี่ยวกับการบริโภคใบของ Boswellia sacra มากนัก ควรเริ่มดื่มในปริมาณเล็กน้อยและดูผลตอบสนองของร่างกาย

  • หากมีปัญหาสุขภาพที่ต้องระวัง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางสมุนไพร                                                                                                                                                                                                   กดที่นี่เพื่อซื้อ ชากำยาน                                                              ชากำยาน ชาบอสวาเลีย .Boswallia Sacra aromatherapy Tea.

ชาอโรมา บอสวาเลีย โซโก x นานา , Boswellia Socotrana x Nana Aroma Tea


Boswellia socotrana x Boswellia nana เป็นการผสมข้ามพันธุ์ (hybrid) ระหว่างสองสายพันธุ์ของต้น Boswellia ซึ่งมีถิ่นกำเนิดที่แตกต่างกัน แต่เป็นพืชที่อยู่ในสกุลเดียวกัน (Boswellia) ที่เป็นที่รู้จักจากการผลิตกำยานหรือ Frankincense



ข้อมูลของพันธุ์ Boswellia ที่เกี่ยวข้อง:

  1. Boswellia socotrana:

    • พบได้บนเกาะ Socotra ในประเทศเยเมน
    • มีชื่อเสียงในการผลิตยางไม้กำยานซึ่งมีคุณภาพสูง
    • เป็นต้นไม้ที่เติบโตได้ดีในพื้นที่แห้งแล้ง มีใบขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับ Boswellia สายพันธุ์อื่นๆ
  2. Boswellia nana:

    • เป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็ก (dwarf species) ซึ่งพบได้ในพื้นที่คาบสมุทรอาหรับ
    • เป็นสายพันธุ์ที่สามารถเติบโตในพื้นที่ที่มีความแห้งแล้งสูง โดยมีใบขนาดเล็กกว่าและสามารถอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างโหดร้ายได้ดี
    • เป็นที่รู้จักน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นๆ ในตระกูลนี้

คุณสมบัติที่อาจเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์:

  • การปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม: พันธุ์ลูกผสมนี้อาจสามารถปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง และอาจมีความแข็งแกร่งในเรื่องของการทนทานต่อความแห้งแล้ง เช่นเดียวกับทั้งสองสายพันธุ์พ่อแม่
  • คุณภาพของยางไม้ (กำยาน): การผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง Boswellia socotrana และ Boswellia nana อาจสร้างยางไม้กำยานที่มีคุณสมบัติใหม่ หรือพัฒนาคุณภาพให้มีศักยภาพที่ดีขึ้น เช่น การต้านการอักเสบหรือกลิ่นที่แตกต่างจากกำยานทั่วไป
  • ขนาดและการเจริญเติบโต: ลูกผสมอาจมีขนาดเล็กกว่า Boswellia socotrana แต่มีการเจริญเติบโตเร็วและเหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ขนาดเล็ก

การนำไปใช้ประโยชน์:

  • เช่นเดียวกับต้น Boswellia อื่น ๆ ยางไม้ของลูกผสมนี้สามารถนำมาใช้ทำ กำยาน ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ, ช่วยเรื่องระบบทางเดินหายใจ และใช้ในพิธีทางศาสนา
  • การพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ เช่น สารสกัดหรือทิงเจอร์ อาจมีความน่าสนใจ

เนื่องจากการผสมข้ามพันธุ์นี้ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก จึงควรมีการศึกษาทดลองเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประโยชน์และการใช้ในด้านต่างๆ


2/2
ChatGPT พูดว่า:
ChatGPT

Boswellia socotrana x nana เป็นพันธุ์ที่น่าสนใจจากสกุล Boswellia ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการผลิตยางไม้ (เช่น กำยาน) ที่มีคุณสมบัติเยียวยาทางสมุนไพรหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม การนำใบจากพันธุ์นี้มาทำชาอาจเป็นเรื่องใหม่และมีข้อมูลที่จำกัดเกี่ยวกับสรรพคุณโดยตรง เนื่องจากต้น Boswellia socotrana เป็นสายพันธุ์ที่หายากและพบได้เฉพาะบนเกาะ Socotra

สรรพคุณที่เป็นไปได้ของชาใบ Boswellia socotrana x nana:

  1. ต้านการอักเสบ: เช่นเดียวกับ Boswellia สายพันธุ์อื่นๆ ที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ใบของพันธุ์นี้อาจมีสารที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบหรือปัญหาทางระบบภูมิคุ้มกัน
  2. บรรเทาปัญหาทางเดินหายใจ: เนื่องจาก Boswellia มักถูกใช้ในการรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบและหอบหืด การดื่มชาจากใบ Boswellia socotrana x nana อาจช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจได้
  3. สารต้านอนุมูลอิสระ: ใบไม้มักมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์จากการเสื่อมสภาพ ซึ่งอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม
  4. บำรุงระบบย่อยอาหาร: เหมือนกับ Boswellia อื่นๆ ที่ใช้ในการช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อยและลดการอักเสบในทางเดินอาหาร

การเตรียมชา:

  1. เก็บใบ Boswellia socotrana x nana มาทำความสะอาดและตากแห้ง
  2. ใช้ใบแห้งประมาณ 1-2 ช้อนชา ใส่ลงในแก้วหรือกาน้ำชา
  3. เทน้ำร้อนลงไปและปล่อยให้ใบแช่เป็นเวลา 5-10 นาที
  4. กรองใบออกก่อนดื่ม

การทดสอบในปริมาณเล็กน้อยและศึกษาผลตอบสนองของร่างกายจะเป็นการระมัดระวังที่ดีในการเริ่มต้นดื่มชาใบนี้ เพราะข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงหรือข้อควรระวังยังมีน้อย

ชา บอสวาเลีย Boswellia Dioscoridis Tea.

Boswellia dioscorides เป็นพืชในสกุล Boswellia ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการผลิตยางหอม Frankincense หรือ กำยาน สกุล Boswellia มักเจริญเติบโตในพื้นที่แห้งแล้งในภูมิภาคเอเชียและแอฟริกา เช่น โอมาน, โซมาเลีย, และเยเมน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Boswellia sacra เป็นพืชชนิดที่นิยมใช้มากที่สุดในการผลิตกำยาน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หรือข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับพืชชนิดที่ชื่อ Boswellia dioscorides อาจเป็นไปได้ว่าเป็นชื่อท้องถิ่นหรือชื่อที่สับสนกับพืชชนิดอื่นในสกุลเดียวกัน อย่างไรก็ตามสกุล Boswellia ทั้งหมดนั้นมีความสำคัญในด้านการแพทย์แผนโบราณและยาสมุนไพร โดยยางกำยานมีการใช้เพื่อบรรเทาอาการอักเสบ, อาการปวดข้อ, และเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนาและการบำบัด


ชาใบ Boswellia dioscorides เป็นเครื่องดื่มที่มีศักยภาพจากต้นไม้ในสกุล Boswellia ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในเรื่องของการผลิตยางไม้ที่ใช้ทำกำยาน (Frankincense) อย่างไรก็ตาม ใบของ Boswellia dioscorides อาจยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักในการทำเป็นชา แต่การนำใบไม้มาทำชาอาจมีประโยชน์คล้ายกับการใช้ยางไม้ของมันในทางสมุนไพร โดยเฉพาะด้านการต้านการอักเสบและการบำรุงสุขภาพทั่วไป

สรรพคุณที่เป็นไปได้ของชาใบ Boswellia:

  1. ต้านการอักเสบ: เช่นเดียวกับกำยาน (Boswellia sacra) ที่ใช้ลดการอักเสบในร่างกาย ใบ Boswellia อาจมีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่คล้ายกัน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้ออักเสบหรือโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบเรื้อรัง
  2. บำรุงระบบทางเดินหายใจ: Boswellia มักถูกใช้ในการบรรเทาอาการของโรคทางเดินหายใจ เช่น หอบหืดและหลอดลมอักเสบ การดื่มชาใบของ Boswellia อาจช่วยบำรุงระบบทางเดินหายใจได้
  3. ช่วยการย่อยอาหาร: ชาใบอาจมีฤทธิ์ช่วยลดการบวมในกระเพาะอาหารและช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร

การเตรียมชา:

  • นำใบของ Boswellia dioscorides มาล้างทำความสะอาด จากนั้นตากแห้ง
  • นำใบแห้งประมาณ 1-2 ช้อนชามาชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว
  • แช่ทิ้งไว้ 5-10 นาที ก่อนดื่ม

ชา พาโล ซานโต ,Palo Santo Spiritual Tea ,ชาจากไม้ศักดิ์สิทธิ์ พาโล ซานโต.

ชา พาโล ซานโต – ความสดชื่นจากธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร

พาโล ซานโต (Palo Santo) เป็นไม้หอมชนิดหนึ่งที่มีต้นกำเนิดจากอเมริกาใต้ โดยเฉพาะประเทศเปรูและเอกวาดอร์ ชื่อ "พาโล ซานโต" แปลว่า "ไม้ศักดิ์สิทธิ์" ในภาษาสเปน เนื่องจากใช้ในพิธีกรรมทางจิตวิญญาณของชนพื้นเมืองมาแต่โบราณ โดยใช้เผาเพื่อทำความสะอาดพลังงานในพื้นที่ ขจัดพลังงานด้านลบ รวมถึงใช้ในการบำบัดด้วยกลิ่นหอม (Aromatherapy) เพื่อช่วยผ่อนคลายและทำให้รู้สึกสงบ

กลิ่นของพาโล ซานโตมีเอกลักษณ์เป็นกลิ่นหอมหวานผสมกับกลิ่นไม้ นอกจากประโยชน์ด้านจิตวิญญาณและการบำบัดแล้ว น้ำมันที่สกัดจากไม้พาโล ซานโตยังสามารถใช้ในเครื่องสำอาง สบู่ และน้ำมันนวดเพราะมีคุณสมบัติช่วยต้านการอักเสบ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ

🌿 รายละเอียดสินค้า: ลืมความเครียดไปได้เลยด้วยชา พาโล ซานโต (Palo Santo Tea) ของเราที่มอบความสงบและความสดชื่นจากธรรมชาติ พาโล ซานโตเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติช่วยในการผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ



คุณสมบัติเด่น:

  • 🌱 ส่วนผสมจากธรรมชาติ 100%: ชา พาโล ซานโต ของเราผลิตจากพาโล ซานโตแท้ๆ ที่มีคุณภาพสูง และปลูกโดยวิธีการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • 🌸 ช่วยผ่อนคลาย: เหมาะสำหรับการดื่มเพื่อการผ่อนคลายหลังวันทำงานที่หนักหน่วง
  • 💧 เพิ่มความชุ่มชื้น: ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกาย
  • 🍃 รสชาติกลมกล่อม: มีรสชาติหอมหวานและกลิ่นที่สดชื่น

วิธีการชง:

  1. ใส่ชา พาโล ซานโต 1 ช้อนชาในถ้วย
  2. เติมน้ำร้อน 200-250 มิลลิลิตร
  3. ทิ้งไว้ประมาณ 5-7 นาที
  4. ชิมและปรับตามความชอบ

ขนาดบรรจุ:

  • 150 กรัม (บรรจุในถุงซิปล็อคเพื่อความสะดวกในการเก็บรักษา)

ราคา:

  • ราคาเพียง [ระบุราคา] บาท

พิเศษ! สั่งซื้อวันนี้รับส่วนลด 10% สำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก!

📦 จัดส่งทั่วประเทศ: พร้อมบริการจัดส่งที่รวดเร็วและปลอดภัย

🔗 สั่งซื้อเลย: คลิกที่ลิงค์เพื่อสั่งซื้อและรับข้อเสนอสุดพิเศษ!

Burseraceae เป็นวงศ์ต้นไม้ที่หายาก

Burseraceae เป็นวงศ์ของพืชดอกในอันดับ Sapindales ประกอบด้วยต้นไม้และพุ่มไม้ที่มีเรซินประมาณ 19 สกุลและ 775–860 สปีชีส์ พืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของอเมริกาเป็นหลัก แต่มีบางสปีชีส์ที่พบในแอฟริกาและเอเชีย สปีชีส์หลายชนิดครอบครองป่าหรือป่าไม้ที่พืชชนิดนี้เติบโต Burseraceae เรียกอีกอย่างว่าวงศ์กำยาน และสปีชีส์หลายชนิดมีความสำคัญทางเศรษฐกิจเนื่องจากมีเรซินที่มีกลิ่นหอมลักษณะทางกายภาพ
สมาชิกของวงศ์นี้มีใบประกอบที่สลับกันไปตามลำต้นและประกอบด้วยใบย่อยจำนวนมาก หลายชนิดมีเปลือกเป็นแผ่นสีเทาถึงแดง และลำต้นและลำต้นมีเรซินที่ไม่มีสีถึงสีขาว พืชชนิดนี้มีดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มและผลเป็นเนื้อ
สกุลที่ใหญ่ที่สุดของวงศ์นี้คือ Commiphora (185 สปีชีส์) พบส่วนใหญ่ในพื้นที่แห้งแล้งของแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือและมาดากัสการ์ และจากคาบสมุทรอาหรับไปจนถึงอินเดีย มดยอบเป็นยางไม้ที่ได้จากพืชในสกุลนี้โดยเฉพาะ C. myrrha และ C. erythraea C. opobalsamum เป็นยาหม่องของกิลเลียด
ยางไม้โอเลโอกัมจากพืชสกุล Boswellia หลายสายพันธุ์ที่เรียกว่ากำยาน ถูกใช้ในสมัยพระคัมภีร์ในการทำธูป ในทางการแพทย์ และสำหรับการทำศพ
ไม้ที่สำคัญที่สุดในวงศ์นี้น่าจะเป็นไม้มะฮอกกานีกาบูน (Aucoumea klaineana) จากแอฟริกาตะวันตก ซึ่งใช้ทำไม้อัดและไม้อัด
Bursera (110 สายพันธุ์) พบในอเมริกาเขตร้อน โดยมีศูนย์กลางความหลากหลายในเม็กซิโก กัมโบลิมโบหรือต้นธูป (B. simaruba) มีเนื้อไม้สีน้ำตาลแดงอ่อนที่ใช้ทำทุ่นตกปลา ยางไม้หอมของมันใช้ทำธูป มีการใช้ไม้ชนิดอื่น ๆ ในสกุล Bursera เพื่อทำน้ำมันสนหรือเอเลมี (เรซินที่มีน้ำมัน) ในเขตร้อนของอเมริกา Protium (145 สปีชีส์) ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ลุ่มชื้นในเขตร้อนของอเมริกา แต่มีสปีชีส์บางส่วนในมาดากัสการ์และมาเลเซีย ในเขตร้อนของอเมริกา โคปัล (P. copal) และสปีชีส์ที่เกี่ยวข้องอีกหลายสปีชีส์ถูกนำไปใช้ทำเรซิน ซึ่งใช้ในอเมริกากลางเพื่อจุดธูปเพื่อจุดประสงค์ทางศาสนาตั้งแต่สมัยก่อนโคลัมบัส
Burseraceae หรือตระกูลกำยานมีต้นไม้และพุ่มไม้ 18 สกุล 550 สายพันธุ์ วงศ์นี้เกิดขึ้นทั่วเขตร้อนและพบได้ทั่วไปในอเมริกาเขตร้อนและแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ มาดากัสการ์ และคาบสมุทรอาหรับ หลายชนิดครองป่าหรือป่าไม้ที่พวกมันเติบโต สกุลที่ใหญ่ที่สุดคือ Commiphora (190 สปีชีส์) พบส่วนใหญ่ในพื้นที่แห้งแล้งของแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ มาดากัสการ์ และจากอาระเบียไปจนถึงอินเดีย โปรเทียม (85 สปีชีส์) มักพบในพื้นที่ลุ่มชื้นชื้นของอเมริกาเขตร้อน แต่มีเพียงไม่กี่สปีชีส์ในมาดากัสการ์และมาเลเซีย Canarium (75 สายพันธุ์) เกิดขึ้นในป่าเขตร้อนของโลกเก่า Bursera (50 สายพันธุ์) พบได้ในอเมริกาเขตร้อน โดยเป็นศูนย์กลางของความหลากหลายในเม็กซิโก

รีวิวหนังสือ Million Dollar Weekend ที่ลุงอ่านก่อนนอนวันนี้กันครับ

เมื่อคืนฝนตกหนักมาก ลุงนอนไม่หลับเพราะเสียงฝน พลิกวิกฤตเป็นโอกาสชงชาร้อนๆมานั่งอานหนังสือหาความรู้ เพื่อนำวิธีคิดเเละการออกเเบบการดำเนินชีวิตมาปรับใช้ในธุรกิจ ในทุกๆวันที่ทำ ไห้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนไป...สิ่งที่ลุงได้เรียนรู้จากหนังสือคือ....



จากการอ่านหนังสือ Million Dollar Weekend ผมได้เรียนรู้หลายสิ่งที่สามารถนำไปปรับใช้ทั้งในชีวิตและการเริ่มต้นธุรกิจจากงานเสริมได้ ดังนี้:
1. การเผชิญหน้ากับความกลัวการถูกปฏิเสธ
หนึ่งในบทเรียนสำคัญคือการไม่กลัวการถูกปฏิเสธ หากคุณไม่กล้าที่จะขอสิ่งที่ต้องการ คุณจะไม่มีทางได้รับ การถูกปฏิเสธไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นโอกาสในการปรับปรุงข้อเสนอและเรียนรู้วิธีที่ดีกว่า การตั้งเป้าหมายในการถูกปฏิเสธเป็นแนวทางที่ช่วยให้คุณพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

2. การคิดเชิงตัวเลขและเล่นกับโอกาส
ธุรกิจมีความคล้ายกับเกมตัวเลข ถ้าคุณพูดคุยกับคน 100 คน คุณจะได้ลูกค้าเพียง 4-5 คน การเข้าใจอัตราการเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้คุณมีความชัดเจนว่าคุณต้องทำมากแค่ไหนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ การไม่ย่อท้อต่อความพยายามและทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ
3. การสร้างนิสัยการทดลองและไม่ย่อท้อต่อความล้มเหลว
สิ่งสำคัญคือการไม่ยอมแพ้เมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามแผน ธุรกิจคือการทดลอง ซึ่งต้องมีการลองผิดลองถูกหลายครั้ง บทเรียนจากการทดลองนี้จะนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีขึ้นในอนาคต แม้การตัดสินใจบางครั้งจะผิดพลาด แต่ก็ดีกว่าไม่ตัดสินใจเลย
4. ความสำคัญของการปรับตัวและพัฒนา
การรับฟังข้อเสนอแนะและปรับปรุงตามนั้นเป็นทักษะสำคัญ เมื่อถูกปฏิเสธ คุณควรสอบถามเหตุผลและหาวิธีปรับปรุงข้อเสนอของคุณ บางครั้งข้อเสนอของคุณอาจไม่เหมาะกับคนที่คุณเสนอให้ แต่เขาอาจรู้จักคนที่สนใจในสิ่งนั้น การปรับตัวอย่างต่อเนื่องจะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน
5. การสร้างความคิดเชิงบวกต่อความล้มเหลว
การเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความล้มเหลวหรือการถูกปฏิเสธเป็นเรื่องสำคัญ ต้องมองความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเรียนรู้ และทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น การมีทัศนคติแบบนี้จะช่วยให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและมุ่งหน้าสู่ความสำเร็จได้
หนังสือเล่มนี้สอนให้ลุงปีติ เเละอาจจะเพื่อนๆหลายคนที่อ่านได้อ่านมา ได้มองธุรกิจและชีวิตด้วยมุมมองเชิงบวก กล้าที่จะลงมือทดลองและเผชิญกับความกลัวในตัวเอง ด้วยความพยายามทำซ้ำๆอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จจะมาถึงในที่สุดจงอย่าอยุดทำ ตั้งใจในสิ่งที่เป็นเป้าหมายตั้งเเต่เริ่มต้น
#สวนลุงปีติ #PitiHerb 
ดูน้อยลง
แก้ไข

อโรมาเธอราพี (Aromatherapy)

อโรมาเธอราพี (Aromatherapy) หรือ สุคนธบำบัด คือ ศาสตร์ในการใช้น้ำมันหอมระเหยที่ได้จากการสกัดพืชหอม (ขอย้ำว่าต้องเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากการสกัดจากพืชเท่านั้น) เพื่อการบำบัดรักษาหลายอาการ ตั้งแต่ อาการติดเชื้อต่างๆ โรคผิวหนัง ไปจนถึงภูมิคุ้มกันบกพร่องและความเครียด มีการใช้น้ำมันหอมระเหยในยุโรปมากว่าร้อยปี และมีการใช้ในการแพทย์ตะวันออกมานานกว่าพันปี แต่ในประเทศฝรั่งเศสมีการ ใช้สุคนธบำบัดทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ และมีการวิจัยกันอย่างกว้างขวางทั่วโลกในทุกๆ ด้าน ส่วนสหรัฐอเมริกานิยมใช้สุคนธบำบัดร่วมกับการแพทย์ทางเลือกอื่นๆ ในการรักษาโรคต่างๆ
ในประเทศไทยก็มีการใช้แบบพื้นบ้านเช่น การเข้ากระโจมแก้หวัด ผู้เขียนจำได้ว่าตอนเป็นเด็กเล็กเมื่อเป็นหวัดคุณแม่จะให้นั่งอยู่หน้ากาละมังเคลือบที่มีสมุนไพรเปราะหอม หอมแดง ใบมะขาม และเทน้ำเดือดลงไปพร้อมกับเอาผ้าเช็ดตัวคลุมโปงครอบไว้ทั้งตัว ไอหอมระเหยเข้าจมูกเข้าไปบำบัดอาการหวัด สักพักเมื่อน้ำพออุ่นๆ คุณแม่ก็จะเอาน้ำนั้นรดศีรษะไล่หวัดอีกรอบ เป็นอันว่าไปโรงเรียนได้ อดหยุดอยู่กับบ้าน ความรู้ติดตัวนี้ได้เอาไปใช้เมื่อผู้เขียนได้ไปทำงานที่ประเทศภูฏานแล้วเกิดเป็นไข้หวัดอย่างแรง โดยตื่นขึ้นมากลางดึกมีอาการปวดหัวมาก มีไข้ ปวดเมื่อยเนื้อตัว หายใจไม่สะดวก ถ้าเป็นประเทศไทยก็ไปโรงพยาบาล หรือ ให้ลูกดูแล แต่ที่นี่ภูฏาน แถมพาราเซตามอลก็หมด ยาสมุนไพรแก้หวัดก็หมดเพราะใจดีแจกคนอื่นด้วย เลยเข้าครัว โชคดีที่เปราะหอมก็เป็นเครื่องเทศอย่างหนึ่งและเคยซื้อไว้ แต่ไม่มีหอมแดงใช้หอมฝรั่งแทน ใบมะขามหาไม่ได้ แต่สองอย่างนี้ก็เพียงพอที่จะขจัดอาการทั้งหมดนี้ได้และกลับไปนอนพักต่อ ไปทำงานวันรุ่งขึ้นได้ ยังมีอีกมากมายที่เราใช้สืบต่อกันมา ใครจะแบ่งปันก็ขอขอบคุณล่วงหน้า
แม้แต่การแพทย์แผนปัจจุบันก็มีการใช้ทิงเจอร์กำยาน (Benzoin Tincture) มีขายที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งคุณพ่อของผู้เขียนใช้ในการรมจมูกเพราะท่านเป็นไซนัสอักเสบ และผู้เขียนก็ใช้เป็นประจำเมื่อมีอาการหวัดคัดจมูกร่วมกับการรมเปราะหอมและหัวหอม วิธีการใช้คือ หากระป๋องผลไม้ขนาดเท่าแก้วกาแฟซึ่งเป็นกระป๋องอลูมิเนียมเคลือบด้านใน ทำกรวยขนาดพอดีครอบปากกระป๋อง ใช้กระดาษแข็งพอม้วนได้ ตัดปลายแหลมให้มีช่องพอให้ไอระเหยออกมาได้ ต้มน้ำเดือดจัดเทลงในกระป๋อง สัก 3/4 กระป๋อง เททิงเจอร์กำยานลงไปประมาณ 5 ซีซี หรือหนึ่งช้อนชา รีบเอากรวยครอบ และเอาจมูกไปสูดดมที่ช่อง ระวังไอร้อนลวกจมูกจากการสูดดมใกล้เกินไป ควรใช้หลังมือสัมผัสไอที่ระเหยออกมาก่อนว่าร้อนไปหรือไม่และระยะห่างแค่ไหนจึงพอดี เราต้องการกลิ่นหอมไม่ใช่ความร้อน เมื่อเย็นลงจะสามารถสูดดมได้ใกล้ขึ้นๆ เมื่อไม่มีไอระเหยออกมาแล้ว เทน้ำทิ้งแล้วสูดดมสารหอมที่เหลือติดก้นกระป๋องทำให้หายใจโล่ง กระป๋องนี้เก็บไว้ใช้ได้อีกไม่ต้องล้าง เพราะกำยานใช้เป็นยากันบูดในยาไทยและเครื่องสำอาง ถ้าอยากล้างต้องใช้แอลกอฮอลละลายสารเรซินที่ติดอยู่ออกไปก่อนจึงล้างตามปกติได้
ในด้านวิทยาศาสตร์ อโรมาเธอราพี เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของ Herbal Medicine เพราะเป็นการใช้น้ำมันหอมระเหย (essential oil) ที่ได้จากการกลั่นพืชหอม หรือ ด้วยการสกัดด้วยวิธีต่างๆ โดยน้ำมัน (essence) ของพืชเหล่านี้มีคุณสมบัติในการรักษา ส่วนของพืชอาจจะเป็น ดอก ใบ กิ่ง เปลือก แก่น ยาง ผล หรือ เมล็ดก็ได้ แต่เนื่องจากมีปริมาณน้อยจึงต้องใช้วัตถุดิบพืชจำนวนมาก และส่งผลให้มีราคาแพง จึงมีการใช้กลิ่นสังเคราะห์ปนปลอม จึงขอเตือนว่าผู้ที่ต้องการผลบำบัดต้องใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชเท่านั้น ที่จริงแล้วส่วนที่ทำการบำบัดคือร่างกายเราเอง แต่โมเลกุลเล็กๆ หลายๆ โมเลกุลในน้ำมันหอมระเหยเข้าสู่สมองของเราผ่านประสาทรับกลิ่นที่อยู่ในโพรงจมูกด้านบน ซึ่งส่วนนี้ใกล้สมองมาก และทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางเภสัชวิทยาของร่างกายมนุษย์
ในน้ำมันหอมระเหยมีโมเลกุลเล็กๆ นับร้อยโมเลกุล และทุกๆ โมเลกุลล้วนมีผลต่อการบำบัดรักษา มิใช่แต่เพียงสารที่มีมากเท่านั้น น้ำมันหอมระเหยหลายๆ ชนิดมีส่วนประกอบที่คล้ายๆ กัน อาจต่างกันบ้างในบางโมเลกุลและสัดส่วน แต่ให้ผลการรักษาที่ต่างกัน รวมทั้งกลิ่นซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงกับพืชแต่ละชนิด (essence) เช่น กลิ่นมะลิ ก็จะไม่พบในดอกกุหลาบ เป็นต้น
ผลต่อร่างกาย (Physiological Effects) ของน้ำมันหอมระเหย เกิดเมื่อโมเลกุลเล็กๆ นับร้อยเหล่านี้ไปถึงสมองส่วนลิมบิค (limbic system) ซึ่งควบคุมอารมณ์และความรู้สึกโดยจะมีความสัมพันธ์กับประสบการณ์และความจำ และเนื่องจากสมองส่วนนี้เชื่อมต่อโดยตรงกับสมองที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ ความดัน การหายใจ ความจำ ระดับความเครียด สมดุลย์ฮอร์โมน ดังนั้นการสูดดมน้ำมันหอมระเหยจึงเป็นวิธีที่ให้ผลทางร่างกายและระบบประสาทที่เร็วที่สุดทางหนึ่ง เพราะหลังจากการสูดดมน้ำมันหอมระเหยจะเข้าสู่กระแสเลือดโดยทางเนื้อเยื่อของปอด และจากระบบประสาทรับกลิ่นจะไปมีผลต่อสมองส่วนต่างๆ เช่น สมองส่วนคอร์เท็กซ์ มีผลต่อการเรียนรู้ (intellectual process) ต่อมพิทิวทอรี (pituitary gland) ซึ่งควบคุมระบบฮอร์โมนทั้งหมด รวมทั้งฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต และสมองส่วนไฮโปธาลามัสซึ่งควบคุมความโกรธและความรุนแรง