ยินดีต้อนรับสู่ The PÍTI Apothecary

สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับ 🌿 Frankincense (เรซินกำยาน) และ 🌱 Myrrh (ยางมิร์รา) ตามที่ Pliny the Elder จากหนังสือตำราโบราณ Naturalis Historia เล่ม XII

วันนี้ลุงปีติ มีสรุปเนื้อหาเกี่ยวกับ 🌿 Frankincense (เรซินกำยาน) และ 🌱 Myrrh (ยางมิร์รา) ตามที่ Pliny the Elder กล่าวถึงใน หนังสือ ตำรา Naturalis Historia เล่ม XII พร้อมอธิบายภาพรวมและบริบทจากงานต้นฉบับโรมัน (ค.ศ. 77) ควบคู่กับความรู้พฤกษศาสตร์สมัยใหม่เพื่อให้เข้าใจในเชิงทั้ง “ความคิดโบราณ” และ “องค์ความรู้ปัจจุบัน” จากตำราเล่มนี้ 👇
🌿 1) Frankincense เรซินกำยาน
(ในบทที่กล่าวถึงสินค้าและไม้จากคาบสมุทรอาระเบีย)


📌 มาดูคำกล่าวของ Pliny เลย
Pliny ระบุว่า อาระเบียเป็นแหล่งเดียวในโลกโบราณที่ผลิต frankincense ได้จริง ไม่ได้กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคอื่น ๆ แต่เป็นภูมิภาคเฉพาะในใจกลางอาระเบียที่ผลิตไม้กำยานขนาดใหญ่และเป็นสินค้าเชิงเศรษฐกิจที่สำคัญ
Pliny กล่าวถึงภูมิภาค “Sabota” และชนพื้นเมือง Sabæi/อาตรามีตส์ (Atramites) ซึ่งเป็นที่มาของ ป่า frankincense จำนวนมาก แสดงถึงเส้นทางการค้าและภูมิศาสตร์ของการปลูกและเก็บยางไม้ที่มีค่ามาก
เขาให้รายละเอียดถึงเส้นทางและเวลาเดินทางจากเมืองเกิดสินค้าถึงเมืองท่าขายจริง — เป็นหนึ่งในหลักฐานว่า สินค้านี้ถูกแลกเปลี่ยนในระบบการค้าโลกยุคก่อนคริสต์ศักราชอย่างเข้มแข็ง
👉 กล่าวโดยรวมแล้วสำหรับ Pliny frankincense เป็นหนึ่งในสินค้าที่ “ร่ำรวยที่สุด” ของอาระเบีย และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ภูมิภาคนั้นถูกเรียกว่า “Happy (Felix) and Blessed Arabia” เพราะความมั่งคั่งจากสินค้าเช่น กำยานและมิร์รา นั่นเอง


🧠 ความหมายและมุมมองโรมัน
ในเชิงโรมัน frankincense
✔ เป็น เรซินไม้หอมที่มีค่า มากกว่าสินค้าทั่วไป
✔ ใช้ใน พิธีกรรมศาสนา เพื่อเผาและส่งควันไปยังท้องฟ้า (คำว่ากลิ่นควันเหมือนคำภาวนาที่ลอยขึ้น)
✔ เป็น สินค้าที่วัดค่าเชิงเศรษฐกิจและสัญลักษณ์สถานะสูง
🌿 ในความรู้พฤกษศาสตร์สมัยใหม่
📍 Frankincense คือเรซินจากต้นไม้ในสกุล Boswellia (เช่น Boswellia sacra / B. serrata) ซึ่งปลูกขึ้นในบริเวณคาบสมุทรอาระเบียและพื้นที่แห้งแล้งของแอฟริกา กรีดเปลือกแล้วให้ยางเรซินหยดออกมาแข็งเป็นก้อนที่มีกลิ่นหอม
➡️ คุณสมบัติสำคัญของกำยาน เเละ เมอร์
กลิ่นหอมเมื่อเผาไหม้
ไว้ใช้ในพิธีกรรมบูชา
ใช้ในเครื่องหอมและน้ำมันหอมระเหย
มีบทบาทเป็นสินค้าเชิงเศรษฐกิจในโลกโบราณ
🌱 2) Myrrh — ยางมิร์รา
📌 คำกล่าวของ Pliny
Pliny กล่าวว่ามิร์ราเป็นสินค้าเช่น frankincense แต่ พบได้ทั้งในอาระเบียและในดินแดน Troglodytes (ชายฝั่งตะวันออกของแอฟริกา) — ทำให้มันแตกต่างจาก frankincense ที่มีแหล่งเฉพาะแค่ในอาระเบีย
เขายังอธิบายถึง วิธีการปลอมแปลง/ผสมมิร์รากับวัสดุอื่น เช่น การผสมกับนิ่วหญ้า mastich หรือยางอื่น ๆ เพื่อเพิ่มน้ำหนักและทำให้ราคาสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนความรู้ด้านการค้าและมาตรฐานสินค้าที่เขาเห็นได้ในยุคนั้น
📍 นี่คือสิ่งสำคัญ: Pliny ไม่เพียงพูดถึงผลิตภัณฑ์ทางพฤกษศาสตร์เท่านั้น แต่ยังพูดถึง “มาตรฐาน/การปลอมแปลงสินค้า” ซึ่งเป็นประเด็นด้านการค้าและคุณภาพ ในยุคโรมันอีกด้วย
🧠 ความหมายและมุมมองโรมัน
สำหรับชาวโรมัน myrrh
✔ เป็น ยางเรซินหอมที่ถูกนำมาใช้ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์และเวชกรรม
✔ เขา “พยายามวิเคราะห์” ว่ามีการปลอมแปลงอย่างไร — แสดงว่าเป็นสินค้าเชิงเศรษฐกิจระดับสูง
✔ มีการกล่าวถึงการปรับรสและลักษณะของมันเพื่อให้ตอบโจทย์ตลาด (เช่น ทำให้ “ขมขึ้น” หรือ “หนักขึ้น”)
🌿 ในความรู้พฤกษศาสตร์สมัยใหม่
📍 Myrrh เป็นเรซินจากไม้ในสกุล Commiphora (เช่น Commiphora myrrha) ซึ่งพบในคาบสมุทรอาหรับและอาฟริกาเหนือ ใช้ในพิธีกรรม การแพทย์พื้นบ้าน และน้ำมันหอมระเหยเช่นกัน


➡️ คุณสมบัติสำคัญ
กลิ่นมักค่อนข้างเข้มและขมกว่ากำยาน
ใช้ใน การแพทย์โบราณ (เช่น ใส่แผลรักษา)
ใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องหอมและสารบูชา
มีบทบาทในประวัติศาสตร์ศาสนาอย่างลึกซึ้ง
📊 เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองในบริบทโบราณ
แง่มุม Frankincense (กำยาน) Myrrh (มิร์รา)
ที่มาภูมิศาสตร์ (โรมัน) อาระเบียเท่านั้น อาระเบียและ Troglodyte
ความหอม/การใช้งาน กลิ่นสดชื่น ใช้ในพิธีกรรมและบูชา กลิ่นเข้ม ใช้ร่วมกับพิธีกรรมและยา
มุมมองการค้า สินค้าราคาสูงและสำคัญ เช่นกัน แต่มีการกล่าวถึงการปลอมแปลง
🧠 สรุปภาพรวมสำคัญจาก Naturalis Historia เล่ม XII
✨ Pliny ไม่ได้กล่าวเพียง “ลักษณะทางพฤกษศาสตร์” แต่เชื่อมโยงสินค้าพวกนี้กับภูมิศาสตร์ การค้า และมาตรฐานของสินค้า
✨ สำหรับชาวโรมัน แก่นแท้ของ frankincense และ myrrh คือ “สิ่งที่มีค่าทางเศรษฐกิจและศาสนา” มากกว่าแค่ “ต้นไม้ธรรมดา”
🧠 เเละต่อไปนี้คือ คำอธิบาย “อย่างละเอียด” เกี่ยวกับ 🌿 Frankincense (กำยาน) และ 🌱 Myrrh (มิร์รา / ยางมดยอบ) ตามที่กล่าวไว้ใน Naturalis Historia เล่ม XII โดย Pliny the Elder พร้อม อธิบายเชิงภูมิศาสตร์ การค้า และลักษณะพฤกษศาสตร์ โบราณ + ปัจจุบัน ครับ 👇
🌿 1) Frankincense — กำยาน (Frankincense / Boswellia spp.)
📜 a) เอกสารต้นฉบับ: การกล่าวถึงใน Naturalis Historia
📌 Pliny กล่าวไว้ตอนต้นในบทเกี่ยวกับ “Arabia Happy and Blessed” ว่า ไม่มีภูมิภาคใดในโลกโบราณให้กำยานได้ นอกจากอาระเบีย (Arabia) โดยไม่ใช่ทั้งประเทศ แต่เฉพาะ ในใจกลางอาระเบียของชนเผ่า Atramites เท่านั้นที่ผลิตกำยานปริมาณมากได้จริง จึงเป็นหนึ่งในสินค้าเศรษฐกิจและเหตุผลที่อาระเบียได้ชื่อว่า “มีความสุขและเป็นสุข”
📌 Pliny ให้รายละเอียดว่าพื้นที่ผลิตกำยานลึกเข้าไปในภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขา ซึ่งยากต่อการเข้าถึงและเก็บเกี่ยว สะท้อนภาพของ “พื้นที่พิเศษเฉพาะ” ที่ให้สินค้าหายากและมีค่า
📌 เขานำเสนอ กำยานและมิร์ราเป็นสินค้าอันดับหลักของอาระเบีย และกล่าวว่า กำยานไม่พบในประเทศอื่น (นอกจากที่กล่าว) ซึ่งแสดงว่าโรมันรับรู้ว่าแหล่งกำยานมีจำกัดและสำคัญมากต่อการค้า
📍 b) ภาพทางภูมิศาสตร์และการค้าในสมัย Pliny
📌 ในยุคโรมัน frankincense มาจากพื้นที่ตอนใต้ของคาบสมุทรอาระเบีย เช่น Hadramaut / Sabota ซึ่ง Pliny ระบุว่าเป็นเมืองหลวงของชนเผ่า Sabæi — และเป็นจุดหลักของการผลิตกำยานส่งออก
📌 โดยสินค้าอาจถูกส่งออกผ่านชนเผ่าอื่น ๆ เช่น Gebanites เพื่อแลกกับสินค้าโรมันและทุนสาธารณะ — แสดงถึงเส้นทางการค้าระยะไกลที่เชื่อมจากอาระเบียสู่อาณาจักรโรมัน
🌿 c) ภาพพฤกษศาสตร์สมัยใหม่ของกำยาน
📌 Frankincense คือ เรซินจากต้นไม้ในสกุล Boswellia หลายชนิด เช่น
• Boswellia sacra — แหล่งหลักที่นิยมหมักเป็นกำยานในคาบสมุทรอาหรับ
• Boswellia serrata / Boswellia carterii / Boswellia frereana ฯลฯ
📌 เรซินนี้เกิดจาก การกรีดเปลือกไม้ เพื่อให้เยื่อไม้สีขาวโปร่งใสไหลออกมาแข็งตัวเป็นก้อน เมื่อนำไปเผาจะให้ควันหอมตามแบบโบราณและสากลตอบรับกลิ่นสะอาดนุ่มลอยขึ้นสู่ฟ้า เป็นเหตุผลว่ามันถูกใช้ในพิธีกรรมศาสนาและประกอบพิธีกรรมในโรมันและตะวันออกกลางอย่างแพร่หลาย
📌 ในยุคโบราณ “ควันกำยาน” มักถูกเปรียบเสมือน คำอธิษฐานหรือสัญญาณของการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า — เพราะควันลอยขึ้นสูง ทำให้เชื่อว่าเป็นการเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์
🧠 ประเด็นสำคัญจาก Pliny + ภาพปัจจุบัน
ประเด็น รายละเอียด
แหล่งผลิตหลักในงานโรมัน Arabia เฉพาะพื้นที่ Atramites / Sabæi / Hadramaut
เน้นคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ เป็นหนึ่งในสินค้าอันมั่งคั่งที่สุดของอาระเบีย
ความสำคัญทางพิธีกรรม ใช้เผาในงานศาสนาและประกอบพิธีกรรม
พฤกษศาสตร์ปัจจุบัน เรซินจาก Boswellia spp. ทั้งหลาย
ดังนั้น จาก Pliny + งานวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน เราจึงเห็นว่า frankincense เป็นมากกว่า “ไม้ธรรมดา” แต่มันคือ สินค้าอารยธรรมทั้งเชิงศาสนา การค้า และภูมิศาสตร์ ในโลกโบราณ
🌱 2) Myrrh — มิร์รา (Myrrh / ยางมดยอบ)
📜 a) เอกสารต้นฉบับ: การกล่าวถึงของ Pliny
📌 Pliny กล่าวว่ามิร์ราเป็นสินค้า “คู่กับกำยาน” — โดยทั้งสองถือเป็น สินค้าหลักของอาระเบีย แต่ myrrh แตกต่างตรงที่มัน “พบได้ทั้งในอาระเบียและในประเทศ Troglodytes” (ชายฝั่งตะวันออกของทะเลแดง / เอธิโอเปียและซูดานบริเวณติดทะเล) — ไม่จำกัดแค่แหล่งเดียวเหมือน frankincense
📌 ใน Naturalis Historia Pliny กล่าวถึง ต้นไม้ที่ผลิตมิร์รา และวิธีได้มาซึ่งยางมิร์รา รวมถึงราคาที่ต่างกันของสินค้าพวกนี้ — ซึ่งสะท้อนว่าโรมันรับรู้ความต่างด้าน “คุณภาพ + แหล่งผลิต + การตลาด” ของมัน
🌿 b) ภูมิศาสตร์ & ความสำคัญ
📌 ในยุคโรมัน มิร์ราถูกจัดให้เป็น ยางเรซินหอมที่มีหลากแหล่งมากกว่า และถูกใช้ทั้งในพิธีกรรมและ ยา เช่น ใช้ปรุงกลิ่นในน้ำมันหอม / ยา / และอาจถูกใช้ประกอบการฝังศพ — เป็นคุณสมบัติที่แตกต่างจาก frankincense ที่เน้นพิธีกรรมศาสนามากกว่า
📌 ในแง่การค้า มิร์ราเป็นสินค้าที่ “มีหลายคุณภาพ / หลายราคา” Pliny ยังพูดถึงราคาที่ต่างกัน ซึ่งสะท้อนระบบชั่งน้ำหนักราคาและคุณสมบัติเรซินที่อาจมีตั้งแต่ธรรมดาไปจนถึงพรีเมียมมาก
🌿 c) พฤกษศาสตร์สมัยใหม่ของมิร์รา
📌 Myrrh คือ เรซินจากต้นไม้ในสกุล Commiphora เช่น Commiphora myrrha ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในคาบสมุทรอาหรับและแอฟริกาตะวันออก
📌 เรซินนี้ถูกเก็บโดยการ กรีดเปลือกไม้ ให้เรซินสีแดง-น้ำตาลหยดออกมาแข็งเป็นก้อน — มักใช้ใน การแพทย์พื้นบ้าน น้ำมันหอม และประกอบพิธีกรรมบางอย่างตามความเชื่อโบราณ/ศาสนา
📌 ความแตกต่างอีกอย่างคือ myrrh มักถูกใช้เป็น สัญลักษณ์แห่งความตายหรือการฝังศพในบางวัฒนธรรม (เช่นในพระคัมภีร์ไบเบิลและการฝังศพของพระกุมาร) ซึ่งสอดรับกับการใช้จริงในหลายวัฒนธรรม
🧠 สรุปภาพรวม
Frankincense (กำยาน)
✔ แหล่งผลิต: เฉพาะ Arabia (พวก Atramites / Hadramaut)
✔ คุณค่า: สินค้ามีค่า, เผาเพื่อพิธีกรรมศาสนา, สัญลักษณ์การอธิษฐาน
✔ พฤกษศาสตร์: เรซินจาก Boswellia spp.
Myrrh (มิร์รา / ยางมดยอบ)
✔ แหล่งผลิต: Arabia + Troglodytes region
✔ คุณค่า: เรซินหอม, ใช้ทั้งพิธีกรรมและยา
✔ พฤกษศาสตร์: เรซินจาก Commiphora spp.
อ่านจบเเล้วก็ตื่นเต้นไปอีกหนึ่ง นะครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเรื่องราวกำยานเเละมดยอบ Frankincense and Myrrh เพิ่มเติม
-------------------------------------------------------------------------------------------------
พูดคุยเเลกเปลี่ยน ทักทายกับลุงปีติ
-------------------------------------------------------------------------------------------------
สนับสนุนสินค้าจากสวนลุงปีติ ไปที่ร้านค้าได้เลย
-------------------------------------------------------------------------------------------------


ประวัติศาสตร์ของกำยาน (Frankincense) และต้นไม้ในสกุล Boswellia มีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับอารยธรรมมนุษย์มาอย่างยาวนานกว่า 5,000 ปี

มาสรุปเรื่องย่อๆของกำยานกัน วันนี้่ลุงปีติ เดินเครื่อง อัลตร้าโซนิค เพื่อสกัดน้ำมันกำยาน เเหล่งกำเหนิดเดียว เเห่งเเรกในประเทศไทย Single Origin Frankincense Oil หลังจากเดินเครื่องคือ ไปใหนไกลไม่ได้ ต้องอยู่เเถวๆนี้ วนไปมา เลยหยิบตำรามาอ่าน คุ่ไปกับการอ เครื่องสกัดกว่าจะเสร็จคือ ใช้เวลา 6 ต่อรอบ ใช้วิธีการเดินเครื่อง 4 รอบต่อล๊อต ดังนั้นเวลามีเยอะ เเต่ไปใหนไกลไม่ได้ ต้องคอยดู คือที่มาของบทสรุป ประวัติศาสตร์ของกำยาน (Frankincense) และต้นไม้ในสกุล Boswellia มีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับอารยธรรมมนุษย์มาอย่างยาวนานกว่า 5,000 ปี โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้:
ที่มาของชื่อและรากศัพท์ (Etymology)




• คำว่า "Frankincense" มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศสโบราณว่า "franc encense" ซึ่งหมายถึง "ยางหอมอันบริสุทธิ์" (pure incense) หรือ "ยางหอมชั้นสูง" (noble incense)
• ในภาษาอาหรับเรียกกำยานว่า "Luban" (ลูบัน) ซึ่งมาจากรากศัพท์ที่สื่อถึง "ความขาว" (whiteness) และความบริสุทธิ์
• ในอารยธรรมอื่น ๆ กำยานมีชื่อเรียกที่ต่างกันไป เช่น "neter-sent" ในอียิปต์โบราณ, "Lebona" ในภาษาฮีบรู และ "Libanos" ในภาษากรีซ
ประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณและดินแดนแห่งพุนต์ (The Land of Punt)
• อียิปต์โบราณเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่บันทึกเรื่องการใช้และการค้ากำยาน โดยใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อเชื่อมต่อกับเทพเจ้าและขับไล่ปีศาจ
• บันทึกที่มีชื่อเสียงที่สุดคือภาพสลักที่วิหาร Deir al-Bahari ซึ่งเล่าเรื่องกองเรือของพระนางฮัตเชปซุต (Queen Hatshepsut) ที่ถูกส่งไปยัง "ดินแดนแห่งพุนต์" (Land of Punt) เมื่อประมาณ 1,495 ปีก่อนคริสตกาล เพื่อนำต้นกำยานที่มีชีวิตและยางหอมกลับมาปลูกในอียิปต์
• นักวิชาการเชื่อว่าดินแดนแห่งพุนต์ตั้งอยู่ในบริเวณตอนเหนือของโซมาเลียหรือเอริเทรียในปัจจุบัน ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของต้นกำยานหลายชนิด
เส้นทางสายยางหอม (The Incense Trade Route)
• การค้ากำยานถือเป็นหนึ่งในโซ่อุปทานระดับโลกยุคแรกสุด
• เส้นทางสายยางหอม (Incense Road) มีทั้งเส้นทางบกที่ใช้ฝูงอูฐและลาขนส่งยางหอมจากอาระเบียตอนใต้ (โอมานและเยเยน) ผ่านทะเลทรายไปยังเมืองท่ากาซาในเมดิเตอร์เรเนียน และเส้นทางเรือที่เชื่อมต่อกับอินเดียและจีน
• ยุคทองของการค้ากำยานอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาลจนถึงศตวรรษที่ 2 โดยอาณาจักรโรมันนำเข้ากำยานจากอาระเบียมากกว่า 3,000 ตันต่อปี
ความสำคัญทางศาสนา
• กำยานเป็นหนึ่งในของขวัญล้ำค่าสามประการ (ทองคำ, กำยาน, มดยอบ) ที่สามกษัตริย์ (The Magi) นำไปถวายแก่พระกุมารเยซู
• ในคัมภีร์ไบเบิลมีการกล่าวถึงกำยานถึง 22 ครั้ง และมีการใช้ในการรมควันเพื่อยับยั้งการระบาดของโรคในสมัยโมเสส
• ศาสนาอิสลาม แม้จะไม่มีข้อบังคับให้ใช้ในพิธีกรรม แต่กำยานก็ถูกใช้เพื่อสร้างความหอมและบรรยากาศที่สงบในมัสยิดและที่พักอาศัยมาหลายศตวรรษ
พฤกษศาสตร์และการจำแนกประเภท (The Frankincense Trees)
• ต้นกำยานจัดอยู่ในสกุล Boswellia วงศ์ Burseraceae ซึ่งชื่อสกุลนี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr. John Boswell แพทย์ชาวสก็อตในศตวรรษที่ 19
• จำนวนชนิดของต้นกำยานยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงทางพฤกษศาสตร์ โดยแหล่งข้อมูลระบุตั้งแต่ 19 ถึง 24 ชนิด
• ชนิดพันธุ์ที่มีความสำคัญทางการค้าและประวัติศาสตร์มากที่สุดคือ:
1. B. sacra: พบในโอมาน เยเมน และตอนเหนือของโซมาเลีย ให้ยางหอมคุณภาพสูงสุดที่เรียกว่า "Hojari"
2. B. papyrifera: พบในเอธิโอเปียและซูดาน เป็นแหล่งผลิตกำยานรายใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน
3. B. serrata: พบในอินเดีย ใช้ในทางการแพทย์อายุรเวทมานานหลายพันปี
4. B. frereana: พบเฉพาะในโซมาเลีย ยางหอมนิยมนำมาใช้เป็นหมากฝรั่งเพื่อทำความสะอาดปาก
ประวัติการใช้ทางการแพทย์
• อียิปต์โบราณ: ระบุในบันทึกปาปิรัสเอเบอร์ส (Ebers Papyrus) ว่าใช้รักษาระบบทางเดินหายใจและห้ามเลือด
• อินเดีย: ระบบอายุรเวทใช้กำยานจากชนิด B. serrata เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบและโรคปอด
• จีน: มีบันทึกการใช้มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 เพื่อช่วยระบบไหลเวียนโลหิตและแก้ปวดท้อง
• สมัยกลาง: แพทย์ผู้มีอิทธิพลอย่าง Ibn Sina (Avicenna) ระบุให้ใช้กำยานรักษาโรคบิด แผลในกระเพาะอาหาร และลดไข้
ในปัจจุบัน สารสกัดจากต้นกำยาน โดยเฉพาะกรดบอสเวลลิก (Boswellic acids) กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในการวิจัยสมัยใหม่เพื่อใช้เป็นยาต้านการอักเสบเรื้อรังและต้านมะเร็งด้วยนะครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------
ติดตามเรื่องราวกำยานเเละมดยอบ Frankincense and Myrrh เพิ่มเติม
-------------------------------------------------------------------------------------------------
พูดคุยเเลกเปลี่ยน ทักทายกับลุงปีติ
-------------------------------------------------------------------------------------------------
สนับสนุนสินค้าจากสวนลุงปีติ ไปที่ร้านค้าได้เลย
เลือกซื้อสินค้า กด @pitizense https://shop.line.me/@pitizense -------------------------------------------------------------------------------------------------